สัญญาณเตือนล่วงหน้า “อย่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย รักษางานประจำให้ดี”

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ในวันกล่าวปิดงานสัมมนาจับชีพจรประเทศไทย ซึ่งคาดว่าน่าจะหลายปีมาแล้ว

แต่พออ่านดูแล้วคิดตาม ก็น่าสนใจทีเดียว เลยอยากเอามาแบ่งปันให้ทุกคนได้อ่านดกันดู ว่าเรื่องเหล่านี้จะเป็นความจริงหรือไม่ โดยมีเนื้อหาดังนี้

ขอบอกเพื่อนๆ อย่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยนะ ประหยัด รักษางานประจำให้ดี ประเทศเราเริ่มขาลงแล้วครับฟัง ดร.สมคิดฯ จะได้เตรียมตัวล่วงหน้า จริงไม่จริงติดตามเอาเอง

เศรษฐกิจไทยใกล้จะเข้า I.M.F. จริงหรือ ?????

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว I.M.F. ได้แถลงเตือน สภาวะเศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วง “ขาลง” อย่างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะเกิดสภาวะ “เงินฝืด” แต่ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลบอกว่าประเทศไทยอยู่ในสภาวะ “เงินเฟ้อติดลบ”

ต่อเนื่องกันเป็นเดือนที่ 5 แล้ว จริง ๆ น่าจะบอกให้ประชาชนทราบข่าว แล้วเตรียมตัวให้ทันจะดีกว่า ไม่ควรใช้สำนวนว่า “เงินเฟ้อติดลบ”

บอกไปตรง ๆ ว่าประเทศไทยอยู่ใน สภาวะ “เงินฝืด”

คือ เงินหายาก ข้าวยาก-หมากแพง คล้ายๆ กับสมัยจอมพล ป.พิบูลย์สงคราม ที่รัฐบาลต้องพิมพ์ธนบัตรออกมาใช้ตามคำสั่งของ “ทหารญี่ปุ่น” ที่บุกประเทศไทย สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนธนบัตรนั้นเป็น “เงินขยะ” (Junk Bond) การเกิดสภาวะ “เงินฝืด”

เนื่องจาก เศรษฐกิจไม่ดีรัฐบาลเก็บภาษีไม่เข้าเป้า เงินงบประมาณขาดดุลย์ไป 3 แสนกว่าล้านบาท เที่ยวออกโฆษณากระตุ้นเศรษฐกิจ ว่าลงทุนรถไฟฟ้ารางคู่, รถไฟความเร็วสูง,ขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ล้วนแล้วแต่เป็นตัวเลข..ไม่มีตัวเงิน

หวังว่าจะเอาตัวเลขการลงทุนภาครัฐฯ มาคำนวณในการหาค่า G.D.P. เป็นการโกหก แท้ที่จริงแล้วเกิดสภาวะ เงินฝืด.. สินค้าภาคการเกษตรก็ตกต่ำ ประชาชนขาดกำลังซื้อ สินค้าส่งออกติดลบทุกเดือน

เดือน พค. ติดลบอีก 4.4% ไม่เกิดสภาวะเงินฝืดจะทนไหวหรือ?

รัฐบาลควรประกาศให้เตรียมตัวรับสถานการณ์ให้ดี ภายในสิ้นปีนี้ ประเทศไทยต้องเข้า I.M.F. แน่นอน

โดยเอาประเทศไทยไปจำนองอีกรอบเพราะเงินคงคลังร่อยหรอ ตอนนี้ เริ่มมีข่าวออกมาว่าจะแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และตัดงบประมาณในส่วนของ “รัฐสวัสดิการ” ลงมา..

ดังนั้นในฐานะประชาชนต้องทำใจเอาไว้ เพื่อเตรียมตัวช่วยกัน “ใช้หนี้” เพื่อไถ่ถอนประเทศคืน

เศรษฐกิจปีนี้น่ากลัวกว่าที่คิด สัญญานเตือนภัย จาก.. ดร. สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ในงานกล่าวปิดงานสัมมนาจับชีพจรประเทศไทย

ที่นำเอามาแบ่งปันนี้ ไม่ได้อยากให้ทุกคนต้องตื่นตระหนก แต่อยากให้ทุกคนที่อ่านแล้วก็ลองคิดตาม แล้วลองมองตามหลักความเป็นจริง ด้วยใจเป็นกลาง และเป็นธรรม ปราศจากอคติ ว่าในยุคปัจจุบันจะต้องปรับตัว และใช้ชีวิตกันอย่างไร

ขอบคุณที่มา – smurfsnews