ความจนทำให้ผมมีวันนี้ ได้ดีเพราะล้างรถให้คนสิงคโปร์ นานเป็นปี แถมไม่ได้เงินสักบาท

เป็นอีกหนึ่งดารารุ่นอาวุโสคนที่เราทุกคนต่างคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี สำหรับ “จิราวัฒน์ วชิรศรัณย์ภัทร” หรือ คุณวอ นักพากย์และนักแสดงมากฝีมือ ที่หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่า กว่าชีวิตจะประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ได้เขาผ่านอะไรมาบ้าง

– ความจนทำให้ผมมีวันนี้ คนไม่จนจนไม่มีจะกินไม่มีทางรู้ มันเป็นแรงขับที่ดีถ้าเรามีจิตดี แล้วพลังสะอาดที่อยู่ในจิตดี โอกาส ความขยัน จะนำพาคุณไป

 

– เป็นเด็กหาดใหญ่ เป็นลูกคนเล็ก มีพี่สาวคนโต จำความได้ว่าพ่อเคยมีร้านตัดผม ทำธุรกิจ แต่ล้มเหลวจนป่วยและจากไปตอนอายุได้ 8 ขวบ จากนั้นผมก็อยู่กับแม่

– ขายสมบัติเก่ากิน ลำบากแต่เด็ก ไข่ไก่หนึ่งใบคลุกข้าวกินกันสามคนแม่ลูก แม่ดิ้นรนหาตังค์ส่งค่าเช่าบ้าน ส่งลูกเรียน ผมอยากเรียน แต่เรียนได้แค่ ป.7 เพราะไม่มีเงิน

– ไม่มีอาชีพไหนที่ผมไม่เคยทำ ขายกล้วยแขก ช่างซ่อมมอไซค์ ถางร่องยางพารา ตอกลังปลา ได้บาทนึงก็ทำ ได้สลึงนึงก็ทำ คือทำทุกอย่างเพื่อเงิน

– รองเท้าขาด หัวแม่ตีนโผล่ กางเกงปะ วงเวียนที่ใช้เรียนยังไม่มี ไปโรงเรียนตอนเช้าโดนครูใหญ่จับไปยืนหน้าเสาธงประจานให้เด็กทั้งโรงเรียนรู้ว่าไม่มีตังค์จ่ายค่าเทอม มันคือความจนขั้นสุด มันคือความเครียด มันคือความกดดัน

– จังหวะชีวิตที่ถูกเหยียดแบบนั้น ถ้ามีใครสักคนพูดไม่เข้าหู โถ ไอ้ลูกไม่มีพ่อ ไอ้แม่ขายของเก่า ไอ้เด็กไม่มีปัญญาจ่ายค่าเรียน

 

– แม่สอนมาดี สอนลูกทุกคนไม่ให้ดูถูกใคร ใครจะดูถูกเราช่างเขา เราต้องขยัน ขยันอย่างสุจริต ถึงได้น้อยเราก็ภูมิใจ

ไม่เคยน้อยใจในโชคชะตา ไม่เคยคิดว่าอย่ามีชีวิตอยู่ต่อเลยวะ คิดแต่ว่าสักวันชีวิตต้องดีกว่านี้ สักวันเราต้องมีปลาให้แม่เรานั่งกิน พี่เราต้องอิ่มท้อง ครอบครัวต้องสุขสบาย

– ออกจากโรงเรียนไปเป็นเด็กรับรถโรงแรม ได้เงินเดือน 550 บาท จุดเปลี่ยนคือไปเจอคนสิงคโปร์ที่เป็นแขกประจำ ชอบเอารถมาให้ล้าง ไอ้เราก็ล้างให้ทุกครั้งที่มา ล้างอยู่ปีนึงไม่เคยได้ตังค์ซักบาท มันพูดคำเดียว แต้งกิ้ว แล้วกลับเลย ผมก็แซวกับเพื่อนว่าถ้าได้เงินจากไอ้นี่นะ เราจะเอามาใส่กรอบบูชาติดฝาบ้าน

– กลับบ้านไปวันหนึ่งตกใจ เจอไอ้สิงคโปร์นี่นั่งคุยกับแม่ เขาได้ที่อยู่ผมจากทางโรงแรม เพื่อมาคุยกับแม่ว่าจะพาลูกชายไปอยู่สิงคโปร์ ทำพาสปอร์ตอะไรให้เรียบร้อย ผมก็งง เหตุผลคือ ผมล้างรถให้แกอยู่เป็นปี ไม่เคยบ่น ไม่เคยขอเงินซักบาท แกเลยมั่นใจว่าผมไม่เห็นแก่เงิน จึงมอบหมายหน้าที่การเงินให้เราดูแลธุรกิจแกทั้งหมดที่สิงคโปร์

– อยู่สิงคโปร์ 4 ปี ตั้งใจกลับมาบวชให้แม่ ตอนอายุ 15 กะบวชสัก 7 วัน สุดท้ายอยู่วัดไป 7 ปี

– มันเป็นปมด้อยที่ผมไม่มีโอกาสเรียน พออยู่วัดผมได้เรียน ศึกษาธรรมมันกลายเป็นอะไรที่เราชอบ มันเหมือนจากเด็กที่ไม่มีอะไรเลยมีแก่นยึดให้ชีวิต สอบนักธรรมตรีก็ได้รางวัลจากพระสังฆราช ยิ่งเป็นกำลังใจให้เราอยากใฝ่หาความรู้

– ก่อนบวชกับหลังบวชเปลี่ยนเป็นคนละคน จากที่เป็นคนเครียด กดดัน ใจร้อนมาก พอเจอธรรมมันโปร่ง มันโล่ง มันสบาย

– เทศน์อยู่วันหนึ่ง มีนักพากย์ไปนั่งฟัง เทศน์เสร็จเขาก็เดินมาคุย เสียงดีนะเณร อยากพากย์หนังไหม เดี๋ยวจัดให้ โอ้โห ได้ยินผมลิงโลดเลย ไปบอกหลวงพ่อ เณรจะสึก ร้อนผ้าเหลือง แล้วสึกเลย

– สึกออกมาไปหานักพากย์คำแรกที่ได้ยินคือ เณรหางานอื่นทำเถอะ นักพากย์เค้าจะเลิกทำกันหมดแล้ว ผมเดินออกไปร้องไห้ แต่ก็มีน้องชายของเมียนักพากย์คนนั้นซึ่งบวชด้วยกันแนะนำว่า ถ้าเณรไม่มีอะไรทำก็ไปเดินหนังสิ หิ้วหนังไปตามโรง ผมก็ไปทำ แต่ใจมันอยู่ที่พากย์เสียงไปแล้ว

– เดินไปบอกเจ้าของโรงหนังเองเลยว่า ผมอยากพากย์หนัง เขาก็ถาม มึงทำได้เหรอ ตอนนั้นก็แอบดูเวลาคนอื่นพากย์มาเยอะ ก็ตอบเขาว่าทำได้ครับ เจ้าของก็ให้ทำ

 

– ลงเสียงให้พุทธทาส ภิกขุ หลวงปู่ชา พระสังฆราช ก็ยังได้ยินตามวัดต่างๆ เปิดอยู่นะ แต่ก็ไม่เคยบอกใครว่าเป็นเสียงตัวเอง ท่าน ว.วชิรเมธี ยังเคยบอกว่า ท่านฟังเทปหลวงปู่ชาจนเทปยาน สุดท้ายพึ่งรู้ว่าเป็นเสียงเรา

– สิ่งที่มากับโอกาส คือ เราต้องมีความกล้าและเชื่อว่าเรามีความสามารถ เมื่อโอกาสมาทำไมเราจะต้องหยุด เราต้องคว้ามันไว้ ส่วนจะทำได้ดีหรือไม่ ถ้าเราทำแล้วไม่ถูกชะตาคนอื่น เราก็แค่ถอยหลังมาทำที่เดิม แต่ถ้าทำแล้วมันดี เราก็ได้ก้าวต่อไป

– ไม่เคยเบื่อการทำงาน เพราะใจมันรัก ถึงวันนี้ทุกครั้งที่ลงมือทำ ผมจะนึกถึงวันแรก คิดถึงความลำบาก คิดถึงโอกาสที่ได้ ถ้าเราคิดแต่ว่าเราสบายแล้ว กำลังใจทำงานคงไม่มี

– จากประสบการณ์ชีวิต ถ้าผมเจอเด็กรุ่นใหม่ ผมจะสอนทุกอย่างที่สอนได้ จะให้โอกาสทุกครั้งที่มี แต่ที่เหลือคือความสามารถคุณแล้วนะ คุณอาจทำได้หรือไม่ได้แต่คุณจะพูดว่าไม่มีโอกาสทำไม่ได้

– ไหนๆ เกิดมาจนแล้ว ทำงานได้เงิน 10 บาท ทำบุญซักบาทเถอะ รู้จักให้เถอะ เพราะให้มีแต่ได้ เมื่อไหร่ที่คุณเป็นผู้ให้ที่ดีแล้ว ไม่นานคุณจะสุขกับการเป็นผู้รับที่ดี