เปิดภาพ ที่ประทับพระราชวังของ “ร.10”

อีกหนึ่งเรื่องราวความรู้

พระที่นั่งอัมพรสถาน เป็นพระที่นั่งองค์หนึ่งในพระราชวังดุสิต เป็นพระที่นั่งที่สร้างขึ้นในปีเดียวกับที่สร้างพระที่นั่งวิมานเมฆเสร็จ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งขึ้นอีกองค์หนึ่งทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งในเวลานั้นเรียกว่า สวนแง่เต๋ง(แปลว่า สีงา) และทรงตั้งนามให้พระที่นั่งองค์ใหม่ว่า “พระที่นั่งอัมพรสถาน” ปัจจุบันเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

พระสถิตย์นิมานการ (ม.ร.ว. ชิด อิศรศักดิ์) เจ้ากรมโยธาธิการ ได้ดำเนินการก่อสร้างอยู่หลายปี ครั้นถึง ร.ศ. 125 (พ.ศ. 2449) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยๅสุขุมนัยวินิต (เจ้าพระยๅยมราช (ปั้น สุขุม))

มารับราชการในตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ จึงได้เป็นผู้อำนวยการก่อสร้างพระที่นั่งต่อมาจนเสด็จในปีนั้นและการเฉลิมพระที่นั่งนั้น เป็นงานใหญ่ตั้งแต่วันที่ 18 – 22 กุมภาพันธ์ ร.ศ. 125(พ.ศ. 2449) แต่ที่จริงโหรทำนายว่าควรจะเอาเป็นวันในปลายเดือนธันวาคม แต่มิโปรดเนื่องจากอากาศนั้นหนาวเย็น

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคตที่ชั้น 3 ของพระที่นั่งอัมพรสถาน เมื่อรัชกาลที่ 6 และ รัชกาลที่ 7 เสด็จมาประทับ ณ พระที่นั่งองค์นี้ ได้ประทับแค่เพียงชั้น 2 เท่านั้น เพราะชั้น 3 ถือว่าเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ใน พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินนิวัติพระนคร จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน ก่อนจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

สถาปัตยกรรมพระที่นั่งอัมพรสถาน
สถานเป็นพระที่นั่ง 3 ชั้น ผังอาคารเป็นรูปตัว H คือ มีอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2 หลังวางขนานกันในแนวทิศเหนือและทิศใต้ เชื่อมต่อด้วยอาคารในแนวดิ่ง สถาปัตยกรรมแบบวิลล่าในชนบทของยุโรป

แบ่งออกเป็น 3 ชั้นประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ พระที่นั่งอัมพรสถานและพระที่นั่งอุดรภาค เชื่อมต่อกันด้วยสะพานทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ลักษณะเด่นอยู่ตรงที่มุขด้านหน้า 2 ข้าง

ซึ่งทำเป็นผนังโค้งเรียงซ้อนกัน 3 ชั้น ชั้นนอกเป็นระเบียงหุ้มพื้นที่ภายใน ผนังตกแต่งด้วยลายปูนปั้นรูปดอกไม้และใบไม้ประยุกต์ เข้ากับรูปทรงเลขาคณิต ขอบบนประตูหน้าต่างเป็นลวดลายแถบยาวรูปพรรณพฤกษาในแบบสีปูนเปียกคาดรอบตึก

นอกจากนี้ยังมีราวระเบียงและลูกกรงที่ทำจากโลหะ เป็นลายเลขาคณิต ประกอบดอกไม้และโลหะผนัง ภายในอาคารตกแต่งด้วยลายปูนปั้น และการเขียนสีปูนแห้งลายพรรณพฤกษา และปักษาซึ่งวาดโดย ซีซาร์เร เฟร์โร ศิลปินชาวอิตาเลียน